ซันสไมล์เนอสเซอรี่,เนอสเซอรี่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์,รับเลี้ยงดูแลลูกน้อย,รับเลี้ยงเด็กปฐมวัย ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 4 ขวบ,อัจฉริยะสร้างได้ที่ซันสไมล์เนอสเซอรี่ นครสวรรค์ ,ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ หมู่บ้านดรีมแลนด์ ซอยแมงปอวีซีดี ก่อนถึงเมย์กุ้งเผา โทรศัพท์ 056-872424 ,081-8872104 และ 086-1993404 E-mail : sunsmile1541@hotmail.com และ ,Blog http://sunsmile-nakhonsawan.blogspot.com
วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ท่องโลกอาเซียนกับ....ซันสไมล์กันนะค่ะ
วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
การเลือกเนอสเซอรี่ให้ลูกน้อย
การเลือกเนอสเซอรี่ให้ลูกน้อย
ในปัจจุบันนี้เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า สถานรับเลี้ยงเด็กหรือที่เราคุ้นเคยเรียกกันติดปากว่าเนอสเซอรี่เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสถาบันครอบครัวไทยกันมากขึ้น เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้พ่อแม่มีเวลาที่จะอยู่บ้านน้อยลง เวลาที่จะอยู่กับลูกก็น้อยลง ทำให้เราไม่แปลกใจเลยที่จะมีธุรกิจเนอสเซอรี่เกิดขึ้นมามากมาย
ในปัจจุบันนี้เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า สถานรับเลี้ยงเด็กหรือที่เราคุ้นเคยเรียกกันติดปากว่าเนอสเซอรี่เริ่มเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสถาบันครอบครัวไทยกันมากขึ้น เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้พ่อแม่มีเวลาที่จะอยู่บ้านน้อยลง เวลาที่จะอยู่กับลูกก็น้อยลง ทำให้เราไม่แปลกใจเลยที่จะมีธุรกิจเนอสเซอรี่เกิดขึ้นมามากมาย
เนอสเซอรี่มีความจำเป็นอย่างไร
สำหรับพ่อแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านนั้น อาจจะลังเลว่าควรจะเอาลูกเข้าเนอสเซอรี่ดี หรือว่าควรจะจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงดูลูกที่บ้านดี ทั้งสองอย่างก็มีข้อดีต่างกัน แต่ถ้าเด็กได้เข้าเนอสเซอรี่นั้นเด็กจะได้เรียนรู้การเข้าสังคม การทำตามกฎระเบียบต่างๆที่จะไม่ได้จากการอยู่กับพี่เลี้ยงโดยลำพังที่บ้าน
เนอสเซอรี่ที่ดีควรเป็นอย่างไร
เนอสเซอรี่ที่ดีนั้นควรคำนึงถึงความต้องการของครอบครัวและเด็กเป็นสำคัญ ความสะอาดและความปลอดภัยเป็นปัจจัยภายนอกที่เราสามารถสังเกตเห็นได้เมื่อเราได้เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ เนอสเซอรี่ที่ดีควรที่จะสะอาด โปร่ง และมีการจัดสรรห้องและพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน เช่น ห้องกิจกรรม ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องเตรียมอาหาร เป็นต้น ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดู ตามระเบียบแล้ว เนอสเซอรี่ที่ดีนั้นจะต้องมีรั้วรอบ และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ชัดเจนรวมถึงต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงในทุกชั้นของอาคาร ชั้นละ 1 ถัง การจัดโภชนาการที่เหมาะสม อาหารที่ทำให้เด็กรับประทานควรจะเน้นความสะอาดถูกหลักอนามัย และ คำนึงถึงประโยชน์ที่เด็กควรจะได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ควรเป็นกิจกรรมที่คำนึงถึงพัฒนาการที่สมวัยของเด็ก ไม่ง่าย ไม่ยาก จนเกินไป ควรมีความหลากหลายและเน้นในการเสริมทักษะให้กับเด็กอัตราส่วนครูและเด็ก ก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง สำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง1ปีนั้น อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างครูกับเด็กควรเป็น ครู 1 คนต่อเด็ก 3 คน ส่วนเด็กที่มีอายุ 1 ปี ถึง 3 ปีนั้น อัตราส่วนที่เหมาะสมควรเป็นเด็ก 6 คนต่อผู้ใหญ่ 1 คน เนอสเซอรี่ที่ได้มาตรฐานควรจะมีจำนวนเด็กต่อผู้ใหญ่ไม่เกินจากที่ได้กล่าวไว้ เพราะจะทำให้ดูแลเด็กได้ไม่ทั่วถึง ทำให้เด็กได้รับการดูแลที่ไม่เต็มที่ ผู้ดูแลเด็กควรเป็นผู้ที่เข้าใจเด็ก และมีความรู้ในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะดูแลและ ช่วยให้เด็กได้พัฒนาตนเองให้สมกับวัยการเลือกเนอสเซอรี่ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารตัดสินใจในทันทีได้ ให้เวลาศึกษาแนวทางของเนอสเซอรี่นั้นๆด้วยว่าตรงกับความต้องการหรือไม่ เพราะนั่นคือสถานที่ที่เราจะต้องเอาลูกน้อยของเราไปอยู่ ดังนั้นลูกควรจะได้รับสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย และได้รับความไว้
สำหรับพ่อแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านนั้น อาจจะลังเลว่าควรจะเอาลูกเข้าเนอสเซอรี่ดี หรือว่าควรจะจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงดูลูกที่บ้านดี ทั้งสองอย่างก็มีข้อดีต่างกัน แต่ถ้าเด็กได้เข้าเนอสเซอรี่นั้นเด็กจะได้เรียนรู้การเข้าสังคม การทำตามกฎระเบียบต่างๆที่จะไม่ได้จากการอยู่กับพี่เลี้ยงโดยลำพังที่บ้าน
เนอสเซอรี่ที่ดีควรเป็นอย่างไร
เนอสเซอรี่ที่ดีนั้นควรคำนึงถึงความต้องการของครอบครัวและเด็กเป็นสำคัญ ความสะอาดและความปลอดภัยเป็นปัจจัยภายนอกที่เราสามารถสังเกตเห็นได้เมื่อเราได้เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ เนอสเซอรี่ที่ดีควรที่จะสะอาด โปร่ง และมีการจัดสรรห้องและพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน เช่น ห้องกิจกรรม ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องเตรียมอาหาร เป็นต้น ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดู ตามระเบียบแล้ว เนอสเซอรี่ที่ดีนั้นจะต้องมีรั้วรอบ และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ชัดเจนรวมถึงต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงในทุกชั้นของอาคาร ชั้นละ 1 ถัง การจัดโภชนาการที่เหมาะสม อาหารที่ทำให้เด็กรับประทานควรจะเน้นความสะอาดถูกหลักอนามัย และ คำนึงถึงประโยชน์ที่เด็กควรจะได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ควรเป็นกิจกรรมที่คำนึงถึงพัฒนาการที่สมวัยของเด็ก ไม่ง่าย ไม่ยาก จนเกินไป ควรมีความหลากหลายและเน้นในการเสริมทักษะให้กับเด็กอัตราส่วนครูและเด็ก ก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง สำหรับเด็กวัยแรกเกิดถึง1ปีนั้น อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างครูกับเด็กควรเป็น ครู 1 คนต่อเด็ก 3 คน ส่วนเด็กที่มีอายุ 1 ปี ถึง 3 ปีนั้น อัตราส่วนที่เหมาะสมควรเป็นเด็ก 6 คนต่อผู้ใหญ่ 1 คน เนอสเซอรี่ที่ได้มาตรฐานควรจะมีจำนวนเด็กต่อผู้ใหญ่ไม่เกินจากที่ได้กล่าวไว้ เพราะจะทำให้ดูแลเด็กได้ไม่ทั่วถึง ทำให้เด็กได้รับการดูแลที่ไม่เต็มที่ ผู้ดูแลเด็กควรเป็นผู้ที่เข้าใจเด็ก และมีความรู้ในพัฒนาการของเด็ก เพื่อที่จะดูแลและ ช่วยให้เด็กได้พัฒนาตนเองให้สมกับวัยการเลือกเนอสเซอรี่ไม่ใช่สิ่งที่เราสามารตัดสินใจในทันทีได้ ให้เวลาศึกษาแนวทางของเนอสเซอรี่นั้นๆด้วยว่าตรงกับความต้องการหรือไม่ เพราะนั่นคือสถานที่ที่เราจะต้องเอาลูกน้อยของเราไปอยู่ ดังนั้นลูกควรจะได้รับสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดภัย และได้รับความไว้
วางใจ
และคัดสรรมาแล้วจากคุณพ่อและคุณแม่
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
เคล็ดลับคุณแม่
|
|
การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
ผ้าอ้อมควรใช้ประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง / ชิ้น และเปลี่ยนชิ้นใหม่เมื่อถึงเวลาหรือเมื่อลูกน้อยอุจจาระ
พร้อมทำความสะอาดก้นทุกครั้ง การสวมผ้าอ้อมนานเกินกว่า 4
ชั่วโมง อาจทำให้เกิดการอับชื้นหรือผดผื่นได้ง่าย ดังนั้นควรเปลี่ยนใหม่ ทุก 3-4
ชั่วโมงทุกครั้งที่ถอดผ้าอ้อม และซับให้แห้งก่อนสวมผ้าอ้อมชิ้นใหม่
พร้อมทำความสะอาดก้นทุกครั้ง ใช้ขนาดผ้าอ้อมให้เหมาะสมกับน้ำหนักของเด็ก
เด็กที่ผิวไวกับความชื้น ก่อนสวมผ้าอ้อมชิ้นใหม่อาจมีการพักผิวบ้าง
ตามความเหมาะสมแล้วจึงสวมผ้าอ้อมชิ้นใหม่ การที่เด็กได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
โดยไม่ต้องตื่นเพราะความเปียกชื้น จะมีผลดีต่อพัฒนาการของเด็ก อารมณ์ดี ร่าเริง
สดใส จากที่ได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ระเบียบการสมัครเรียน
ระเบียบการ
1. การจัดกิจกรรม
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ จัดกิจกรรมตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พร้อมฝึกการคิดเพื่อพัฒนาสติปัญญาอย่างเป็นระบบ ดูแลสุขภาพอนามัย โภชนาการครบถ้วนสภาพแวดล้อมสะอาดปลอดภัย มอบความรักความอบอุ่น ให้อิสระที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกประเภท ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมพัฒนาการเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่น และ กิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย จัดประสบการณ์การเรียนรู้ ให้สามารถดำรงชีวิตประจำวัน ได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข
2. หลักเกณฑ์การรับสมัคร
2.1. เด็กชายและเด็กหญิง อายุตั้งแต่ 6 เดือน – 4 ปี
2.2. สุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการ เหมาะสมกับวัย
2.3. บิดา มารดา หรือผู้ปกครองเด็ก ต้องสมัครด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานการสมัคร
3. เอกสารหลักฐานการสมัคร
3.1. สำเนาทะเบียนบ้าน เด็ก 1 ฉบับ
3.2. สำเนาสูติบัตรเด็ก 1 ฉบับ
3.3. สำเนาบัตรประชาชนของ บิดา-มารดา อย่างละ 1 ฉบับ
3.4. รูปถ่ายผู้ปกครองจำนวน 2 รูป
3.5. รูปถ่ายเด็กจำนวน 2 รูป
3.6. สำเนาใบฉีดวัคซีนของเด็ก 1 ชุด
4. โปรแกรมการจัดกิจกรรมและดูแลเด็ก /อัตราค่าบริการ มีดังนี้
4.1 Infant Program ( อายุ 6 เดือน – 1 ปี ) 3,500 บาท / เดือน
4.2 Toddler Program ( อายุ 1 ปี – 2.5 ปี ) 2,500 บาท / เดือน
4.3 Preschool Program ( อายุ 2.5 ปี – 4 ปี ) 2,500 บาท / เดือน
( ทุกโปรแกรมมี อาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารว่าง บริการ )
5. การชำระค่าบริการ
5.1. ชำระค่าบริการ(ล่วงหน้า) ตามโปรแกรมที่ผู้ปกครองเห็นว่าเหมาะสมกับลูกรัก
5.2. กรุณาชำระค่าบริการล่วงหน้าภายในวันที่ 1- 5 ของทุกเดือน
5.3. กรณีที่มาระหว่างกลางเดือนให้ชำระค่าบริการล่วงหน้าถึงสิ้นเดือนถัดไป
( เนอสเซอรี่ ปิดเรียน วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ )
6. อุปกรณ์ที่ผู้ปกครองต้องเตรียมมา
6.1. เสื้อผ้า 2 ชุด / วัน ( ชุดลำลอง )
6.2. ของใช้ส่วนตัวทุก 3 เดือนหรือจนกว่าจะหมดเช่น แป้ง, สบู่เหลว, แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน
. 6.3. นมผง (แจ้งล่วงหน้าเมื่อหมด) / ใช้นมกล่องในเด็ก อายุ 1.5 ปี ขึ้นไป วันละ 3 กล่อง
6.4. ผ้าอ้อมสำเร็จรูป 3 - 4 ผืน ต่อวัน (เฉพาะเด็ก 6 เดือน - 1 ปี )
6.5 ขวดนม วันละ 2 ขวด (เฉพาะเด็ก 6 เดือน - 1 ปี ) หรือถ้วยหัดดื่มส่วนตัวแบบมีหู 2 หูสำหรับเด็กโตที่ต้องการนำมาใช้เอง
7. ระเบียบการรับ-ส่งเด็ก
7.1. ส่งเด็กตั้งแต่ 07.15 น.
7.2. รับเด็กกลับภายใน 17.00 น.
7.3. ผู้ปกครองที่มารับเด็กเกินเวลา 17.00 น. ต้องจ่ายค่าล่วงเวลา ในอัตรา 50 บาทต่อชั่วโมง เศษ15นาทีจะคิดเป็น 1ชั่วโมง
7.4. ผู้รับ–ส่งเด็ก ต้องลงนาม และลงเวลารับ–ส่งเด็กทุกครั้ง
7.5. หากมีความจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ปกครองที่แจ้งไว้กับทาง เนอสเซอรี่ มารับเด็กแทน ผู้ปกครองต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่าจะส่งใครมารับ ผู้ที่มารับเด็กต้องนำบัตรข้าราชการหรือบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ มิเช่น นั้นจะไม่อนุญาตให้รับเด็กไป
หมายเหตุ
· กรณีที่หยุดเรียน หรือขาดเรียน ทาง เนอสเซอรี่ จะไม่มีการสอนชดเชยให้ในวันที่ขาดไป
· ในกรณีที่เด็กมาไม่ครบกำหนด ทาง เนอสเซอรี่ จะไม่คืนเงินให้ เนื่องจากเป็นค่าบริหารจัดการเหมาจ่ายรายเดือน
· กรณีแนะนำเพื่อนมาเรียน ทาง เนอสเซอรี่ มีส่วนลดค่าเรียนให้ในเดือนถัดไป
· ผู้ปกครองสามารถโทรศัพท์นัดเยี่ยมชม เนอสเซอรี่ ได้ล่วงหน้า ในวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 08.00-11.00 น. และ 15.00-18.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ 086-199-3404 , 081-887-2104 , 056-872424
อบรมสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน โดยพัฒนาสังคมจังหวัดนครสวรรค์
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555
15 วิธี ที่จะช่วยสร้างให้ลูกของคุณเป็นเด็กฉลาด
15 วิธีปฏิบัติง่าย ๆ ที่จะช่วยสร้างให้ลูกของคุณเป็นเด็กฉลาดได้ ซึ่งวิธีการเหล่านี้ได้รวบรวมมาจากประสบการณ์ ผลงานวิจัยและแนวคิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าเมื่อนำมาใช้กับเด็กแล้วสามารถสร้างลูกให้ฉลาด ดังนี้
1.ให้กินนมแม่ ผลการวิจัยพบว่าเด็กที่ได้กินนมแม่เป็นเวลา 8-9 เดือนจะมีความฉลาดมากกว่าเด็กที่กินนมแม่เพียง 1-2 เดือน เพราะในนมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนเป็นประโยชน์ในการใช้สร้างเซลล์สมองของเด็กทารก ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ จึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองของลูกอย่างมาก
2.ให้ลูกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่ดีและมีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงแต่ต้องเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบทั้ง5หมู่ ได้แก่ นม ไข่และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งมีสารโปรตีนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรง มีภูมิต้านทานดี ข้าว แป้ง เผือก มัน มีสารคาร์โบไฮเดรต ซึ่งให้พลังงาน จึงเป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของลูก พืชผักผลไม้ต่าง ๆ ให้สารวิตามินและแร่ธาตุเพื่อเสริมสร้างการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย น้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์ ให้ความอบอุ่นและพลังงานแก่ร่างกาย ดังนั้น เมื่อร่างกายสมบูรณ์พร้อม การเรียนรู้ก็จะสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพนั่นเอง
3.เล่นกับลูก ของเล่นที่ดีที่สุดในโลกของลูกคือ "พ่อแม่" ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่สามารถไปหาซื้อของเล่นที่มีขายตามท้องตลาดมาให้ลูกเล่นได้ก็ไม่ต้องกังวลใจไปว่าลูกจะไม่มีของเล่นยอดฮิตยอดนิยมเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แค่เพียงคุณพ่อคุณแม่เล่นเป็นเพื่อนลูก ก็ถือว่าเป็นการเล่นที่มีประโยชน์และมีคุณค่าที่สุดแล้ว เช่น เล่นเกมจ๊ะเอ๋ เล่นเกมซ่อนหา หรือเล่นคลานแข่งกับลูก เพียงแค่นี้ก็ทำให้ลูกสนุกสนานมีความสุข อีกทั้งช่วยพัฒนาความฉลาดและกระตุ้นการเรียนรู้ของลูกด้วย
4.พาลูกออกไปนอกบ้าน เช่น พาไปเดินเล่นสวนสาธารณะในวันหยุด พาไปซื้อของที่ตลาด เป็นการเปิดสมองและเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีให้กับลูกได้อย่างดีทีเดียว เพราะลูกสามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านสิ่งที่เขาได้พบเห็น เช่น ที่ตลาดมีผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์หลายชนิดแตกต่างกันไปและมีคนหลากหลายอาชีพมาซื้อของที่ตลาด เช่นนี้ลูกก็จะได้เรียนรู้เรื่องของพืช สัตว์และวิถีชีวิตของผู้คนไปพร้อมๆกัน ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาความฉลาดในด้านการคิดวิเคราะห์และการสังเกตได้ดี
5.ให้ลูกได้ทำงานศิลปะ เช่น วาดรูป ระบายสี ปั้น ตัดแปะ นอกจากเป็นการช่วยพัฒนาสมองด้านความคิดสร้างสรรค์ ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อนิ้วและมือแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ลูกมีอารมณ์อ่อนโยน มีความสุนทรีย์และเป็นการฝึกสมาธิในตัวอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากลูกเป็นเด็กมีสมาธิดีแล้วก็จะทำให้การเรียนรู้เกิดผลได้ดีขึ้น
6.ร้อง เล่น เต้นสนุก การร้องเพลง การเต้นระบำและเล่นดนตรี ช่วยพัฒนาความฉลาดของเด็กโดยตรง เพราะการที่เด็กเรียนรู้เรื่องของจังหวะและการอ่านโน้ตดนตรีจะช่วยพัฒนาสมองซีกซ้ายซึ่งเกี่ยวกับด้านคณิตศาสตร์และการคิดวิเคราะห์ และการที่เด็กได้คิดสร้างสรรค์ท่าทางตามเพลงจะช่วยพัฒนาสมองซีกขวาซึ่งเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง แต่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจในการเลือกเพลงที่มีเนื้อหาหรือทำนองที่เหมาะสมกับเด็กจริง ๆ เช่นไม่ควรเลือกเนื้อเพลงที่มีเนื้อหาประเภทชิงรักหักสวาทหรือไม่ควรเลือกดนตรีที่มีจังหวะรุนแรงดุดันเพราะอาจกลายเป็นผลร้ายทำให้เด็กมีพฤติกรรมรุนแรงได้
7.การอ่าน การอ่านเป็นประตูสู่ความฉลาด ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องส่งเสริมให้ลูกได้อ่านและคลุกคลีกับหนังสือตั้งแต่เด็ก แม้ในเด็กเล็กที่ยังอ่านหนังสือเองไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังทุก ๆ วัน หรือหาหนังสือภาพให้ลูก ๆ ได้ดู เพราะนั่นจะเป็นการเปิดประตูสู่พัฒนาการที่ดีให้กับลูก ทั้งช่วยพัฒนาในด้านภาษา ช่วยพัฒนาทักษะการคิด การมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
8.เล่นเกม เกมประเภทหมากฮอส หมากรุก ครอสเวิร์ด เกมเศรษฐี ซุโดกุ ช่วยพัฒนาความฉลาดของลูกในด้านของ การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การคิดวางแผนและความจำได้เป็นอย่างดี
9.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยพัฒนาทางด้านร่างกายของลูกให้เติบโตอย่างแข็งแรงและมีสุขภาพดีแล้ว ยังเป็นการปลุกสมองของลูกให้ตื่นตัว กระฉับกระเฉง พร้อมเต็มที่ในการเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อย่างง่ายและรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ควรดูแลให้ลูกออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ไม่หักโหมและไม่เป็นอันตราย
10.ให้ลูกเข้าสังคม การให้ลูกได้มีโอกาสไปพบปะผู้คนทุกเพศทุกวัยอยู่เสมอ เป็นการพัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์ (EQ) ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้แล้ว ยังทำให้ลูกเป็นคนเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเปิดมุมมองความคิดและการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆให้ลูกด้วย เช่น ถ้าพาลูกไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่อย่างปู่ย่าตายาย ท่านก็อาจจะเล่าเรื่องวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยก่อนให้ได้ฟัง ก็ทำให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องของประวัติศาสตร์นั่นเอง
11.พาลูกเข้าครัว ครัวเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีประโยชน์มากสำหรับลูก การให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำอาหารจึงเป็นการช่วยให้ลูกได้พัฒนาความฉลาดทางด้านต่างๆมากมาย ทั้งด้านภาษา โดยเรียนรู้ผ่านชื่ออุปกรณ์การทำอาหารและส่วนผสมของอาหารต่าง ๆ เช่น กระทะ ตะหลิว ครก สาก น้ำปลา น้ำมัน ทั้งด้านคณิตศาสตร์ โดยเรียนรู้เรื่องการชั่ง ตวง วัด และทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเรียนรู้การใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกต เช่น สีของอาหารที่ทอดสุกแล้ว การสัมผัส เช่น ความร้อน ความเย็น และการชิมเพื่อทราบรสชาติ เช่น รสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด
12.ให้ลูกช่วยทำงานบ้าน เช่น รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ถูบ้าน เก็บเสื้อผ้า เป็นการฝึกความรับผิดชอบและยังช่วยฝึกสมองในการวางแผนการทำงาน การแก้ไขปัญหา การรู้จักคิดอย่างละเอียดลออ
13.ให้ลูกได้อยู่กับตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้มีโอกาสนั่งเงียบ ๆ หรือนั่งเล่นสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวด้วยตนเองสักประมาณวันละ5-10นาที เพื่อเป็นการฝึกสมาธิและพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ลูกกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
14.ให้เวลากับลูก คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาพูดคุยกับลูกอยู่เสมอ เพื่อซักถามเรื่องราวในชีวิตของลูกและเพื่อตอบคำถามที่ลูกมีข้อสงสัย จะเป็นการช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะการคิด ความมีเหตุมีผล ทั้งยังส่งเสริมการกล้าแสดงออก และฝึกความมั่นใจในตนเองให้กับเขา นอกจากนี้การได้พูดคุยกับลูกจะช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้สังเกตพฤติกรรมอื่น ๆ ของลูกด้วย เช่น ถ้าลูกพูดโดยมีคำที่ไม่สุภาพติดมาก็จะได้ตักเตือนและแก้ไขได้ และจะได้ซักถามว่าลูกไปเอาคำเหล่านี้มาจากไหน เช่น ถ้าลูกบอกว่าได้ยินจากโทรทัศน์ ก็จะได้ระวังดูแลในการเลือกรายการที่เหมาะสมให้ลูกดู
15.ให้ความรักกับลูก ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรัก ความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและกัน ถือเป็นเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้แก่ลูกได้ดีที่สุด ซึ่งความภาคภูมิใจในตนเองนี้จะช่วยทำให้ลูกเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนมีความฉลาด กล้าคิด กล้าทำและมีความมั่นใจในศักยภาพของตนเองในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
การที่คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้ลูกเป็นคนฉลาดเป็นสิ่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกันต้องอย่าลืมที่จะส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีคุณธรรมหรือจิตใจที่ดีงามด้วย เพราะเป็นคนฉลาดอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่ต้องเป็นคนดีด้วย จึงจะสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างราบรื่น และถ้าทุกคนในสังคมทั้งฉลาดและทั้งดี คนไทยก็จะเป็นคนที่มีความสุขและประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน
1.ให้กินนมแม่ ผลการวิจัยพบว่าเด็กที่ได้กินนมแม่เป็นเวลา 8-9 เดือนจะมีความฉลาดมากกว่าเด็กที่กินนมแม่เพียง 1-2 เดือน เพราะในนมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนเป็นประโยชน์ในการใช้สร้างเซลล์สมองของเด็กทารก ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุ จึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองของลูกอย่างมาก
2.ให้ลูกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่ดีและมีประโยชน์ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงแต่ต้องเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบทั้ง5หมู่ ได้แก่ นม ไข่และเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งมีสารโปรตีนช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรง มีภูมิต้านทานดี ข้าว แป้ง เผือก มัน มีสารคาร์โบไฮเดรต ซึ่งให้พลังงาน จึงเป็นประโยชน์ต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของลูก พืชผักผลไม้ต่าง ๆ ให้สารวิตามินและแร่ธาตุเพื่อเสริมสร้างการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย น้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์ ให้ความอบอุ่นและพลังงานแก่ร่างกาย ดังนั้น เมื่อร่างกายสมบูรณ์พร้อม การเรียนรู้ก็จะสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพนั่นเอง
3.เล่นกับลูก ของเล่นที่ดีที่สุดในโลกของลูกคือ "พ่อแม่" ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ที่ไม่สามารถไปหาซื้อของเล่นที่มีขายตามท้องตลาดมาให้ลูกเล่นได้ก็ไม่ต้องกังวลใจไปว่าลูกจะไม่มีของเล่นยอดฮิตยอดนิยมเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แค่เพียงคุณพ่อคุณแม่เล่นเป็นเพื่อนลูก ก็ถือว่าเป็นการเล่นที่มีประโยชน์และมีคุณค่าที่สุดแล้ว เช่น เล่นเกมจ๊ะเอ๋ เล่นเกมซ่อนหา หรือเล่นคลานแข่งกับลูก เพียงแค่นี้ก็ทำให้ลูกสนุกสนานมีความสุข อีกทั้งช่วยพัฒนาความฉลาดและกระตุ้นการเรียนรู้ของลูกด้วย
4.พาลูกออกไปนอกบ้าน เช่น พาไปเดินเล่นสวนสาธารณะในวันหยุด พาไปซื้อของที่ตลาด เป็นการเปิดสมองและเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีให้กับลูกได้อย่างดีทีเดียว เพราะลูกสามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านสิ่งที่เขาได้พบเห็น เช่น ที่ตลาดมีผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์หลายชนิดแตกต่างกันไปและมีคนหลากหลายอาชีพมาซื้อของที่ตลาด เช่นนี้ลูกก็จะได้เรียนรู้เรื่องของพืช สัตว์และวิถีชีวิตของผู้คนไปพร้อมๆกัน ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาความฉลาดในด้านการคิดวิเคราะห์และการสังเกตได้ดี
5.ให้ลูกได้ทำงานศิลปะ เช่น วาดรูป ระบายสี ปั้น ตัดแปะ นอกจากเป็นการช่วยพัฒนาสมองด้านความคิดสร้างสรรค์ ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อนิ้วและมือแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ลูกมีอารมณ์อ่อนโยน มีความสุนทรีย์และเป็นการฝึกสมาธิในตัวอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งแน่นอนว่าหากลูกเป็นเด็กมีสมาธิดีแล้วก็จะทำให้การเรียนรู้เกิดผลได้ดีขึ้น
6.ร้อง เล่น เต้นสนุก การร้องเพลง การเต้นระบำและเล่นดนตรี ช่วยพัฒนาความฉลาดของเด็กโดยตรง เพราะการที่เด็กเรียนรู้เรื่องของจังหวะและการอ่านโน้ตดนตรีจะช่วยพัฒนาสมองซีกซ้ายซึ่งเกี่ยวกับด้านคณิตศาสตร์และการคิดวิเคราะห์ และการที่เด็กได้คิดสร้างสรรค์ท่าทางตามเพลงจะช่วยพัฒนาสมองซีกขวาซึ่งเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง แต่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจในการเลือกเพลงที่มีเนื้อหาหรือทำนองที่เหมาะสมกับเด็กจริง ๆ เช่นไม่ควรเลือกเนื้อเพลงที่มีเนื้อหาประเภทชิงรักหักสวาทหรือไม่ควรเลือกดนตรีที่มีจังหวะรุนแรงดุดันเพราะอาจกลายเป็นผลร้ายทำให้เด็กมีพฤติกรรมรุนแรงได้
7.การอ่าน การอ่านเป็นประตูสู่ความฉลาด ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องส่งเสริมให้ลูกได้อ่านและคลุกคลีกับหนังสือตั้งแต่เด็ก แม้ในเด็กเล็กที่ยังอ่านหนังสือเองไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังทุก ๆ วัน หรือหาหนังสือภาพให้ลูก ๆ ได้ดู เพราะนั่นจะเป็นการเปิดประตูสู่พัฒนาการที่ดีให้กับลูก ทั้งช่วยพัฒนาในด้านภาษา ช่วยพัฒนาทักษะการคิด การมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
8.เล่นเกม เกมประเภทหมากฮอส หมากรุก ครอสเวิร์ด เกมเศรษฐี ซุโดกุ ช่วยพัฒนาความฉลาดของลูกในด้านของ การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การคิดวางแผนและความจำได้เป็นอย่างดี
9.ออกกำลังกาย การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยพัฒนาทางด้านร่างกายของลูกให้เติบโตอย่างแข็งแรงและมีสุขภาพดีแล้ว ยังเป็นการปลุกสมองของลูกให้ตื่นตัว กระฉับกระเฉง พร้อมเต็มที่ในการเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อย่างง่ายและรวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ควรดูแลให้ลูกออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ไม่หักโหมและไม่เป็นอันตราย
10.ให้ลูกเข้าสังคม การให้ลูกได้มีโอกาสไปพบปะผู้คนทุกเพศทุกวัยอยู่เสมอ เป็นการพัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์ (EQ) ซึ่งนอกจากจะทำให้ลูกได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้แล้ว ยังทำให้ลูกเป็นคนเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเปิดมุมมองความคิดและการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆให้ลูกด้วย เช่น ถ้าพาลูกไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่อย่างปู่ย่าตายาย ท่านก็อาจจะเล่าเรื่องวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยก่อนให้ได้ฟัง ก็ทำให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องของประวัติศาสตร์นั่นเอง
11.พาลูกเข้าครัว ครัวเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีประโยชน์มากสำหรับลูก การให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำอาหารจึงเป็นการช่วยให้ลูกได้พัฒนาความฉลาดทางด้านต่างๆมากมาย ทั้งด้านภาษา โดยเรียนรู้ผ่านชื่ออุปกรณ์การทำอาหารและส่วนผสมของอาหารต่าง ๆ เช่น กระทะ ตะหลิว ครก สาก น้ำปลา น้ำมัน ทั้งด้านคณิตศาสตร์ โดยเรียนรู้เรื่องการชั่ง ตวง วัด และทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเรียนรู้การใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกต เช่น สีของอาหารที่ทอดสุกแล้ว การสัมผัส เช่น ความร้อน ความเย็น และการชิมเพื่อทราบรสชาติ เช่น รสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด
12.ให้ลูกช่วยทำงานบ้าน เช่น รดน้ำต้นไม้ กวาดบ้าน ถูบ้าน เก็บเสื้อผ้า เป็นการฝึกความรับผิดชอบและยังช่วยฝึกสมองในการวางแผนการทำงาน การแก้ไขปัญหา การรู้จักคิดอย่างละเอียดลออ
13.ให้ลูกได้อยู่กับตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้มีโอกาสนั่งเงียบ ๆ หรือนั่งเล่นสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวด้วยตนเองสักประมาณวันละ5-10นาที เพื่อเป็นการฝึกสมาธิและพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ลูกกล้าที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง
14.ให้เวลากับลูก คุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาพูดคุยกับลูกอยู่เสมอ เพื่อซักถามเรื่องราวในชีวิตของลูกและเพื่อตอบคำถามที่ลูกมีข้อสงสัย จะเป็นการช่วยให้ลูกได้พัฒนาทักษะการคิด ความมีเหตุมีผล ทั้งยังส่งเสริมการกล้าแสดงออก และฝึกความมั่นใจในตนเองให้กับเขา นอกจากนี้การได้พูดคุยกับลูกจะช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้สังเกตพฤติกรรมอื่น ๆ ของลูกด้วย เช่น ถ้าลูกพูดโดยมีคำที่ไม่สุภาพติดมาก็จะได้ตักเตือนและแก้ไขได้ และจะได้ซักถามว่าลูกไปเอาคำเหล่านี้มาจากไหน เช่น ถ้าลูกบอกว่าได้ยินจากโทรทัศน์ ก็จะได้ระวังดูแลในการเลือกรายการที่เหมาะสมให้ลูกดู
15.ให้ความรักกับลูก ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรัก ความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและกัน ถือเป็นเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้แก่ลูกได้ดีที่สุด ซึ่งความภาคภูมิใจในตนเองนี้จะช่วยทำให้ลูกเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนมีความฉลาด กล้าคิด กล้าทำและมีความมั่นใจในศักยภาพของตนเองในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
การที่คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้ลูกเป็นคนฉลาดเป็นสิ่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกันต้องอย่าลืมที่จะส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีคุณธรรมหรือจิตใจที่ดีงามด้วย เพราะเป็นคนฉลาดอย่างเดียวนั้นไม่พอ แต่ต้องเป็นคนดีด้วย จึงจะสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างราบรื่น และถ้าทุกคนในสังคมทั้งฉลาดและทั้งดี คนไทยก็จะเป็นคนที่มีความสุขและประเทศไทยก็จะเป็นประเทศที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน
วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555
พาลูกเที่ยวทะเล ไม่ให้ผิวเสีย
เทคนิคในการดูแลผิวเมื่อลูกต้องออกแดด
1. ควรทาโลชั่น หรือ ครีมกันแดดสำหรับเด็กให้ลูกก่อนออกแดดทุกครั้ง และควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ที่สำคัญต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทีมีคุณภาพเหมาะสำหรับเด็กและมีค่า SPF (Sun Protect Factor) อย่างน้อย 15 เท่า เพราะค่า SPF ที่สูงจะสามารถปกป้องแสงแดดได้ดีกว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF ต่ำกว่า
กรณีที่ต้องว่ายน้ำควรเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดชนิดกันน้ำได้ด้วย นอกจากผิวหนังแล้ว ก็ควรทาลิปสติกที่มีสารกันแดดด้วย
ส่วนการจะเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสม ก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละคน สำหรับคนที่ไปเที่ยวทะเลควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง และเลือกใช้แบบกันน้ำ water resistant และควรทาซ้ำทุก 2-3 ชม.
2. เลือกสวมเสื้อผ้าใส่สบายแขนยาวขายาว สวมหมวกทุกครั้งที่ลูกต้องออกแดด แม้จะเล่นทรายหรือน้ำทะเลก็ตาม และควรสวมแว่นตากันแดดด้วย
3. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งช่วงเวลาแดดแรงจัดระหว่าง 10.00-16.00 น.หากไม่สามารถหลบเลี่ยงการออกแดดได้ และไม่ได้ทาครีมกันแดด ก็ควรทาครีมบำรุง (After sun) ทันที
4. กำหนดเวลาในการเล่นทะเลหรือทรายไม่เกินหนึ่งชั่วโมง เน้นเล่นในช่วงเช้าไม่เกิน 10.00 น.หรือหลัง 16.00 น.จะช่วยป้องกันผิวหนังจากแสงแดดต่อลูกน้อยได้
ผิวของเด็กได้รับผลกระทบจากแสงอัลตราไวโอเลต ไม่ต่างจากผิวของผู้ใหญ่ ถ้าต้องเจอกับแสงแดดในปริมาณมากตั้งแต่เด็ก ผิวหนังก็จะเสื่อมและโดนทำลายเร็วกว่าปกติ ดั้งนั้น เด็กควรได้รับการดูแล ปกป้องเช่นเดียวกับผู้ใหญ่
เด็กสามารถใช้ครีมกันแดดได้ตั้งแต่อายุหกเดือนขึ้นไป แต่ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าให้เด็กเล็กต่ำกว่าขวบโดนแสงแดดแรงๆ โดยตรง ควรหลีกเลี่ยง และใส่เสื้อผ้าที่ค่อนข้างมิดชิดเพื่อป้องกันแสงแดด
**ข้อมูลจาก http://www.motherandcare.in.th***
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
ข่าวจาก ซันสไมล์เนอสเซอรี่ นครสวรรค์
ข่าวจาก ซันสไมล์เนอสเซอรี่ นครสวรรค์
ปิดเทอมนี้ ซันสไมล์เนอสเซอรี่ นครสวรรค์ มอบความอบอุ่นให้กับคุณสามารถนำลูกรักของคุณมาฝากเลี้ยง ให้เราช่วยดูแลได้ สอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่ ซันสไมล์เนอสเซอรี่ นครสวรรค์ ซอย แมงปอวีซีดี หมู่บ้านดรีมแลนด์ -- คุณแดง โทร. 081-8872104
มีคนชม คลิปนี้ ทั่วโลกกว่า 104 ล้านครั้ง สำหรับความสามารถของเด็กน้อยที่เข้าประกวดในรายการ Britains Got Talent
เด็กน้อยวัย 6 ขวบ ที่ชื่อ Connie Talbot
วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2554
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ จังหวัดนครสวรรค์ ( SunSmile Nursery Nakhonsawan )
ตั้งอยู่ เลขที่ 99/135 ม. 14 ต. นครสวรรค์ตก อ. เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ 60000 โทร.056-872424, 086-1993404, 081-8872104 E-mail : sunsmile1541@hotmail.com
และ Blog http://sunsmile-nakhonsawan.blogspot.com
คำขวัญ “ อบอุ่น ปลอดภัย ใส่ใจโภชนาการ เรียนรู้ สนุกสนานพัฒนาสมวัย"
ประวัติความเป็นมา
สถานรับเลี้ยงเด็ก ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ ก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ. 2553 จากประสบการณ์ ด้านการดูแลเด็กระดับก่อนวัยเรียนโดยตรงมากว่า 10 ปีและจากประสบการณ์การศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เรามีบุคลากรที่มีความพร้อมทั้งวุฒิการศึกษาด้านการศึกษาปฐมวัยโดยตรงจึงทำ ให้เรามีความพร้อมและความมั่นใจที่จะดูแลบุตรหลานของท่านอย่างมีประสิทธิภาพ
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ ดูแลลูกคุณ ด้วย
-ครูพี่เลี้ยงที่จบการศึกษาปริญญาตรี ด้านการศึกษาปฐมวัย พร้อมผ่านการฝึกอบรมทางด้านการสอนเด็กอย่าสม่ำเสมอ มีประสบการณ์ในการสอนและดูแลเด็กมากว่า 10 ปี
-มีพยาบาลวิชาชีพดูแลเรื่องสุขภาพ อนามัยเด็กและให้การตรวจสุขภาพเด็กอย่างสม่ำเสมอ
-ให้คุณใกล้ชิดลูกมากขึ้นด้วยการชมผ่าน Internet Online
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ นครสวรรค์ หมู่บ้านดรีมแลนด์ ซอยแมงปอวีซีดี ก่อนถึงเมย์กุ้งเผา โทรศัพท์ 056-872424 ,081-8872104 และ 086-1993404
“อัจฉริยะสร้างได้ ที่ ซันสไมล์ เนอสเซอรี่”
-ครูพี่เลี้ยงที่จบการศึกษาปริญญาตรี ด้านการศึกษาปฐมวัย พร้อมผ่านการฝึกอบรมทางด้านการสอนเด็กอย่าสม่ำเสมอ มีประสบการณ์ในการสอนและดูแลเด็กมากว่า 10 ปี
-มีพยาบาลวิชาชีพดูแลเรื่องสุขภาพ อนามัยเด็กและให้การตรวจสุขภาพเด็กอย่างสม่ำเสมอ
-ให้คุณใกล้ชิดลูกมากขึ้นด้วยการชมผ่าน Internet Online
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ นครสวรรค์ หมู่บ้านดรีมแลนด์ ซอยแมงปอวีซีดี ก่อนถึงเมย์กุ้งเผา โทรศัพท์ 056-872424 ,081-8872104 และ 086-1993404
“อัจฉริยะสร้างได้ ที่ ซันสไมล์ เนอสเซอรี่”
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ นครสวรรค์ กับหลักสูตรพัฒนาศักยภาพ
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ ได้รับการออกแบบให้อบอุ่นและปลอดภัย สำหรับเด็กปฐมวัย รวมทั้งเอื้อต่อการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างดี จัดการดูแลและฝึกพัฒนาการเด็กตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546 ร่วมกับหลักสูตรพัฒนาความฉลาดรอบด้าน โดยโปรแกรม Brain Base Learning
-Infant Program สำหรับเด็กอายุ 1-2 ปี
จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาระบบประสาท และการประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเล็กและใหญ่ ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาการและการดูแลเด็กด้านโภชนาการอย่างเหมาะสมกับวัย
-Toddler Program สำหรับเด็กอายุ 2-3 ปี
จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาระบบประสาทสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเล็กและใหญ่ ฝึกทักษะพื้นฐานในการช่วยเหลือตนเอง และการเตรียมตัวเพื่อเข้าเรียนระดับชั้น Pre school
-Preschool Program สำหรับเด็กอายุ 3-4 ปี
จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะการคิด (Thinking Skill) สติปัญญา (IQ) ,การฝึกความสามารถในการแก้ปัญหา (AQ) ตลอดจนส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ฝึกให้เด็กเรียนรู้คุณธรรม จริยธรรม (MQ) และทักษะทางสังคม (SQ)
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ นครสวรรค์ กับบรรยากาศที่น่ารัก
สถานที่ /สิ่งแวดล้อม /อาคารเรียน ของ ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ นครสวรรค์
ซันสไมล์ เนอสเซอรี่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 109 ตรว. เป็นอาคารชั้นเดียว สภาพแวดล้อมร่มรื่น อากาศโปร่งสบาย ด้วยต้นไม้นานาชนิด มีสนามเด็กเล่น เครื่องเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการ ห้องปรับอากาศ พร้อมเครื่องฟอกอากาศบริสุทธิ์ มีเบาะกันกระแทกทุกห้อง ห้องรับประทานอาหาร ห้องนอน ห้องส่งเสริมพัฒนาการ ห้องน้ำ ชาย/หญิง แยกเป็นสัดส่วน เหมาะกับการส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกน้อยเป็นอย่างดี
ผู้ปกครองสามารถดูทุกอิริยาบถ ของลูกน้อย ผ่านกล้องวงจรปิดระบบอินเทอร์เน็ตออนไลนส์ตลอดทุกช่วงกิจกรรมประจำวัน
ผู้ปกครองสามารถดูทุกอิริยาบถ ของลูกน้อย ผ่านกล้องวงจรปิดระบบอินเทอร์เน็ตออนไลนส์ตลอดทุกช่วงกิจกรรมประจำวัน
หลักสตรและแนวการสอน ของ ซันสไมล์ เนอสเซอรี่
มุ่งเน้นพัฒนาการโดยโปรแกรมจัดการเรียนรู้ Brain base learning เพื่อพัฒนาอัจฉริยะภาพในตัวเด็ก ( IQ, EQ, AQ, SQ, MQ) พร้อมทั้ง ฝึกให้เด็กมีวินัย รู้จักช่วยเหลือตนเอง ฝึกการใช้ชีวิตในสังคม มีน้ำใจ รู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือเพื่อน มีจิตใจอ่อนโยน เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนอนุบาลต่อไป
กิจกรรมเสริมหลักสูตร |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














































